ความเดิมจากตอนที่แล้ว เรือหางยาวเครื่องถูกขับออกมาจากที่พัก  เลาะลำน้ำมาไม่ถึง 15 นาที  ก็ดับเครื่องขึ้นเทียบฝั่ง   ให้เอมและเพื่อนๆกระโดดกันลงมาสู่พื้นดินเฉอะแฉะ...แรกๆก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะมีปัญหาอะไร  ก็แค่ดินนิ่มๆเปียกๆหญ้ารกๆแฉะบ้างนิดหน่อย
   ทว่าพอหันไปเห็นไกด์ทั้ง 2 ละเลงน้ำมันมวยกันอย่างเมามัน  ก็เลยถามไปว่าทำไมต้องทาคะ???   คำตอบสั้นๆง่ายๆได้ใจความว่า"ก็ที่นี่ทากมันเยอะ!"  
...........(*[]*''').........ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!   ทีมเอมแต่ละคนใส่กางเกงมาแบบเตรียมลุยน้ำเต็มที่  ขาสั้นทั้งน๊านนนนนนน!   ไม่ยักรู้ว่าก่อนไปถึง"ถ้ำน้ำทะลุ"มันต้องเดินเท้าผ่านป่าที่เต็มไปด้วยทากอีกตั้งหลายกิโล!!!
   บรรยากาศการเดินป่าก็ร่มรื่นดีค่ะ  มีน้ำให้ล้างเท้ากันเป็นระยะๆ   เพราะเราเข้าป่าเพื่อไปดู"ถ้ำน้ำทะลุ"  ก็ต้องเจอน้ำตลอดทางเป็นธรรมดานี่นะ (^w^)

 
   เดินหนีทากกันมาได้สักพัก  ไกด์ก็ให้พัก 15 นาทีที่นี่ค่ะ...เป็นเหมือนธารน้ำตกเล็กๆ  มีโขดหินให้นั่งห้อยเท้าแช่น้ำเย็นๆ  ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ต้องรีบเดินจ้ำหนีทากกันมาตลอดทางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
(ความรู้ทั่วไปเรื่องการเดินหนีทาก...ว่ากันว่าคนที่เดินนำขบวนจะไม่ค่อยโดนทากเกาะดูดเลือดเท่าคนที่ตกท้ายแถว  เนื่องจากทากจะเคลื่อนที่ตามความสั่นสะเทือนในดินค่ะ  ดังนั้นคนแรกที่เดินก็คือทากเพิ่งได้รับแรงสั่นว่ามีคนมา  กว่าเจ้าทากน้อยจะเคลื่อนไปถึงจุดนั้น  เจ้าคนแรกหัวแถวก็เดินไปไกลแล้ว...มาจ๊ะเอ๋เอาก็คนช่วงกลางๆ ท้ายๆแถวแทน...เอวัง...คนเดินช้าตกท้ายแถวจึงมักตกเป็นผู้บริจาคเลือดให้น้องทากกันเสมอๆเช่นนี้แล...)




^ หลังจากนั่งพักแล้ว ไกด์ก็ไล่ให้เดินต่อ(^w^''') ระยะทางที่เหลือก็ไม่เท่าไหร่ค่ะ   แต่พอหันไปเห็นป้ายบอกทางกลับท่าเรือแล้วอยากกลับจังเลย   เพราะหลายคนเหนื่อยแล้วววว(ดูสีหน้านางแบบได้ ฮ่าๆๆๆ)
 
ในที่สุด   เราก็เข้ามาถึงปากถ้ำกันแล้วค่า \(*w*)/   ว่ากันว่าข้างในนี่วิบากกว่าข้างนอกอีกนะ  กล้องที่ไม่กันน้ำทั้งหลายอย่าได้คิดว่าจะได้ชักออกมาจากกระเป๋าเลย  เก็บไปเถิด...ดังนั้นรูปความวิบากในถ้ำก็เลยไม่ค่อยมีค่ะ  เพราะต้องเลือกรักษาชีวิตรอดจากความมืด...โขดหิน...และกระแสน้ำเชี่ยวในถ้ำให้ได้ซะก่อน  เรื่องถ่ายรูปน่ะไว้ทีหลังนะจ๊ะ


^ทางเข้าเล็กมาก.....

^ทางเดินจะเป็นทางแคบๆและมีน้ำตลอด  ในรูปนี่คือช่วงปากถ้ำ  น้ำประมาณสะโพก  ไม่เชี่ยวเท่าไหร่  แต่เข้าไปข้างในมีบางจุดน้ำสูงมาก  ต้องว่ายน้ำทวนกระแสกน้าเชี่ยวเข้าไปด้วย  ตรงนี้เค้าจะใช้วิธีโยงเชือกไว้ให้เราจับไต่ไปไม่ให้โดนกระแสน้ำแทงหลุดออกนอกเส้นทางนะคะ  ไฟฉายที่เตรียมไปช่วงที่วิบากมากๆ สองมือต้องคว้าเชือกไว้ ก็ต้องเอาไฟฉายคาบในปากแบบให้หนังแนวผจญภัยกันเลยทีเดียว(ที่จริงควรมีไฟฉายแบบที่มีสายคาดไว้ที่หน้าผากนะ สะดวกมากๆ เห็นฝรั่งเค้ามีกันทุกคน  เราคนไทยประเมินสถานการณ์ต่ำไปหน่อย ฮ่าๆ) สำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่าจะผ่ากระแสน้ำไหวก็ไม่ต้องเข้าไปจนสุดถ้ำก็ได้ค่ะ  ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นดีที่สุดเน๊อะ! v(^w^)
   หลังจากคัดเลือกคนที่คิดว่าจะฝ่าพันกระแสน้ำได้แล้วก็ลุยต่อไป หวังว่าจะไปเจอเส้นทางที่"ทะลุ"ได้ตามชื่อถ้ำ  แต่โชคไม่ดีที่วันนี้น้ำเยอะเกินไปไม่ปลอดภัย  ไกด์เลยไม่นำทางไปต่อค่ะ...ยังดีนะที่เข้ามาลึกพอที่จะได้เจอกับ"น้ำทะลุ" และ "หินไข่ห่าน"  

^ ตำแหน่งเพดานถ้ำตรงนี้ จะมีหยดน้ำเหมือนสายฝนตกลงมาตลอดเวลาค่ะ...เป็นที่มาของชื่อถ้ำ  เพราะน้ำจากชั้นดินมันย้อยลงมาเหมือนหลังคารั่วแบบนี้นี่เอง...เสียดายกล้องดีๆไม่กล้าคว้ามาถ่ายรูปเพราะกลัวจะพัง  ได้แต่ถ่ายไว้ด้วยกล้องกันน้ำ  เลยไม่ค่อยเห็นหยดน้ำชัดเจนเท่าไหร่เน๊อะ  แต่พอจะด฿จากคราบน้ำได้ค่ะว่ามีน้ไหลตลอดๆ
^"หินไข่ห่าน"ที่เกิดจากน้ำทะลุชั้นดินภูเขานำเอาแร่ธาตุมาสะสมจนเกิดเป็นไข่ยักษ์ให้เราประทับใจกัน!
 
   ประทับใจในความงามของธรรมชาติในถ้ำกันแล้ว  ก็ได้เวลากลับไปสู่ท่าเรือก่อนที่ฝนจะตกและแสงจะหมดค่ะ   เดินป่าตอนฝนตกมันอันตรายนะ  เลยต้องรีบหน่อย...ขากลับเนี่ยหมดแรงกันแล้ว...คุณแม่เอมล้มไปหลายรอบ  ขากลับเลยต้องจูงกันเดินลุยน้ำเลยล่ะ(*w*''')

^เอมเดินนำ  แมนได้อีกนะฉ้านนนน (>_<)
 
   กลับมาถึงที่พักก็เกือบห้าโมงค่ะ...แจ้งเวลาอาหารเย็นประมาณหนึ่งทุ่ม   ไม่มีอะไรฆ่าเวลาได้ดีเท่ากับการเล่นน้ำอีกแล้ววววววววววววววววววววว

^ พายเรือคายักเล่นก็ได้(ที่เห็นสีเหลืองๆลิบๆนั่น)  แต่เอมชอบลอยน้ำเล่นมากกว่า สบายยยย
 
และแล้ว...ก็ถึงเวลามื้อเย็นที่รอคอยยยย


^ปลาแรดทอด  ตัวใหญ่ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!
 
   ระหว่างทานข้าวนั้นฝนตกหนักมากค่ะ...แถมจู่ๆก็เครื่องปั่นไฟเสียอีกนะ  ทางแพเลยแจกเทียนให้ทุกโต๊ะกินข้าวกลางแสงเทียน  ท่ามกลางเสียงฝนโปรยปราย  ลมเย็นๆ  บรรยากาศโรแมนติกสุดๆไปเล้ยยยยย d(*w* )


^ คนที่เค้ามาเป็นคู่...บรรยากาศสวี๊ทหวานแหว๋ว  ทำเอาคนโฉดอย่างเราอิจฉ้าาา อิจฉา!!!
 
  สักพักไฟฟ้าก็จ่ายมาได้ตามปกติคะ(ซ่อมเครื่องปั่นไฟแล้ว) ^_^

^ ไฟมาป่าหมด...เอ๊ยปลาหมด!!! (*w*)  
   หลังจากหนังท้องตึง  หนังตาก็หย่อนกันถ้วนหน้า  ยิ่งทีมเอมไม่ได้นอนพักเต็มที่มาตั้งแต่เมื่อคืนวาน  เจอทริปลุยป่าฝ่าถ้ำซะสมบุกสมบันเข้าไปอีก...สลบสิคะคืนนี้ (^w^)   แถมฝนฟ้าเป็นใจ  ตกลงมาให้เรานอนเย็นสบายด้วย   หวังว่าฝนตกหนักคืนนี้  จะทำให้พรุ่งนี้เช้าเราจะได้เห็นทะเลหมกสวยๆกันนะคะ...ตอน่อไปจะเป็นช่วง"ลุยทะเลหมอก"กันล่ะ  
 
   ทะเลหมอกในเขื่อนจะสวยงามเหมือนทะเลหมอกบนดอยหรือไม่นั้น...โปรดติดตามต่อไป ในเอนทรี่หน้านะคะ \(*w*)/

edit @ 31 May 2013 22:15:54 by aim

Comment

Comment:

Tweet

น่าไปเช่นกัน Hot!
น่าหนุก

#3 By [ANA]* on 2012-03-13 00:41

ว้าวววว ชอบบรรยากาศเเบบธรรมชาติจัง มันไม่ยุ่งยากง่ายๆ ลุยลุย

#2 By Nueng on 2012-03-11 13:02

ธรรมชาติป่าเขาน่าไปเที่ยวจริงๆ ยิ่งได้นั่งเรือนี่ยิ่งเข้าบรรยากาศเลย

#1 By φυβλας on 2012-03-11 05:57